"ซ้าคคี่น่ะเหรอ ? ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย คุณล่ะรู้จักเขาบ้างไหม ?"
"มาร์โก แวน บาสเท่น" ตอบคำถามสื่อในวันเปิดตัวกับมิลานหลังจากถูกถามถึงกุนซือคนใหม่ที่ชื่อว่า "อาร์ริโก้ ซ้าคคี่"
ใช่ครับ, ในตอนนั้นซ้าคคี่ยังคงเป็นเพียง "ซินญอร์ เนสซูโน่" หรือ "มิสเตอร์ โนบอดี้" สำหรับคนที่ไม่ได้คลุกคลีกับลูกหนังอิตาลี และแวน บาสเท่นก็ไม่ผิดที่ไม่รู้จักซ้าคคี่เพราะเขาก็เพิ่งย้ายจากอาแจ๊กซ์มาได้ไม่ถึง 2 วัน
ซ้าคคี่คือชายผู้ไม่เคยได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพจริง ๆ จัง ๆ เลย เขาเคยแค่เล่นกับทีมกึ่งสมัครเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายให้สโมสรฟูซียาโน่ ใกล้ ๆ กับเมืองราเวนน่า ทว่าเขารู้ตัวเองดีว่าสนใจงานด้านโค้ชมากกว่า จึงได้ไปสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรโค้ชที่โคแวร์ชาโน่ของสำนักงานฝ่ายเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ก่อนจะได้รับงานคุมทีมเยาวชนเซเซน่ากับคุมทีมชุดใหญ่ของรีมินี่ในช่วงสั้น ๆ แล้วค่อยพัฒนาไปสู่การได้งานโค้ชเยาวชนกับท็อปทีมอย่างฟิออเรนติน่าในเวลาต่อมา

...
ทีมที่ทำให้ชื่อของซ้าคคี่เป็นที่รู้จักกันในวงการฟุตบอลอิตาลีคือช่วงเวลาที่เขาก้าวเข้ามาคุมทีมปาร์ม่า และสามารถพาจัลโล่บลูเลื่อนชั้นจากเซเรีย ซี 1 ขึ้นมาเล่นในลีกอาชีพได้สำเร็จ ด้วยวัยเพียงแค่ 40 ปีในตอนนั้น
"ตอนนั้นผมยังเป็นโค้ชที่ยังหนุ่มอยู่เลย อย่างที่รู้ ๆ กันนั่นแหละครับผมเป็นแค่เพียงซินญอร์ เนสซูโน่" ซ้าคคี่รำลึกถึงช่วงเวลาที่มาคุมปาร์ม่าใหม่ ๆ
"พวกเขาถามผมว่า 'ผมจะเป็นโค้ชให้นักฟุตบอลได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพมาก่อน' ผมก็เลยสวนกลับไปว่า 'ผมไม่รู้ว่าถ้าคุณอยากเป็นจ็อกกี้ คุณต้องเคยเป็นม้ามาก่อนรึเปล่า' "
ซ้าคคี่มีคำพูดเจ็บ ๆ ไว้ตอกหน้าคนที่ปรามาสเขาเสมอ ๆ ครั้งนึงกุนซือโนบอดี้คนนี้เปิดเปยกับสื่อให้ฟังว่าตอนคุมปาร์ม่านั้น เขาได้รับแรงบันดาลใจเรื่องแท็คติคมาจากระบบโททัล ฟุตบอลของไรนุส มิเชลส์กับระบบคาเตนัชโช่ ที่ขัดเกลาโดยเนเรโอ ร็อคโค่ของมิลานช่วงต้นยุค 60 กับของเฮเลนิโอ เฮอร์เรร่า โค้ชอินเตอร์
"พวกนักเตะปาร์ม่าเรียกผมว่า 'มิสเตอร์ เพรสซิ่ง' นั่นเป็นฉายาที่ผมชอบมาก ๆ แต่อีกฉายาที่พวกเขาตั้งให้ผมคือ 'วาเลียม' เพราะผมไม่เคยหลับในคืนก่อนเกมเลย"
ปาร์ม่าของซ้าคคี่สมัยเล่นในเซเรีย บี มีเกมรับที่เหนียวแน่นจนน่าตกใจ พวกเขาเสียประตูแค่ 7 ลูกเท่านั้นทั้งซีซั่น และมีสไตล์การเล่นที่เน้นพละกำลัง, ไล่กดดันใส่คู่แข่งตั้งแต่แดนหน้า รวมทั้งเคลื่อนที่ตลอดเวลา ใช้พื้นที่ทุกส่วนสัดของสนามเพื่อบดบี้ให้แท็คติคของคู่ต่อสู้พังลงอย่างไม่เป็นท่า
และเมื่อได้ประตูที่ต้องการ พวกเขาก็พร้อมจะลงกลอนขันน็อตเกมรับให้แน่นจนกว่าตุลาการในสนามจะพ่นนกหวีดหมดเวลาเลยทีเดียว

...
"ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่" ประธานของมิลานกับซ้าคคี่มาเจอกันเป็นครั้งแรกในเกมโคปปา อิตาเลียปี 1986 - 87 โดยปาร์ม่าของซ้าคคี่เอาชนะมิลานได้ทั้ง 2 นัดเหย้า - เยือน ว่ากันว่าหลังจบจากเกมนั้นแบร์ลุสโคนี่รุกคืบหาทางดึงตัวซ้าคคี่มาคุมมิลานแทน นีลส์ ลีดโฮล์มอย่างเอาเป็นเอาตาย
หลังจากลีดโฮล์มถูกปลดในช่วงต้นเดือนเมษายน แบร์ลุสโคนี่ก็วิ่งวุ่นอยู่กับการหาทางดึงรุด กุลลิท, มาร์โก แวน บาสเท่น และซ้าคคี่เพื่อมายกระดับทีมมิลานของเขา
"อนาคตของฟุตบอลจะเป็นเรื่องของสติปัญญามากกว่ากล้ามเนื้อ จิตใจจะเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการเตรียมร่างกายให้แข็งแกร่ง สิ่งที่ผมกลัวที่สุดในการคุมมิลานน่ะเหรอ...ก็เวลาไง" ซ้าคคี่กล่าวให้นักข่าวฉงนในวันเปิดตัวการเป็นโค้ชคนใหม่แห่ง ซาน ซิโร่

...
เมื่อเข้ามาคุมมิลาน สิ่งที่ซ้าคคี่ปฏิวัติคือการฝึกซ้อมโดยใช้การคุมโซนและเพรสซิ่งสูง ซึ่งต้องใช้พละกำลังมากมาย ตัวซ้าคคี่เองยืนยันว่าทีมไม่มีปัญหากับการปรับตัวตามแท็คติคของเขา
"มันเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ผมมักกลับบ้านตอนกลางคืนแล้วรู้สึกหมดแรงไปเลย มันเหมือนจะขาดใจ ทุกอย่างในช่วงเริ่มต้นมันเป็นไปด้วยความยากลำบาก" เปาโล มัลดินี่ ในวัยแค่ 19 ปีพูดถึงการฝึกซ้อมในแบบฉบับของซ้าคคี่
ที่สนามซ้อม, ทีมจะมีความตื่นเต้นด้วยรูปแบบใหม่ ๆ มาอยู่เสมอ 1 ในนั้นคือการใช้แนวรับทั้ง 5 คนของทีม รับมือกับการบุก 10 คนบนการเล่นแค่ครึ่งสนาม
โจวานนี่ กัลลี่ นายประตู, เมาโร ทัสซ็อตติ, ฟรังโก้ บาเรซี่, อเลสซานโดร คอสตาร์คูต้า, และเปาโล มัลดินี่ จะต้องเผชิญกับแนวรุกของมิลาน 10 คน โดยทีมที่เล่นเกมรุกมีเวลา 15 นาทีในการทำประตูให้ได้ และด้วยกฏเดียวกันแนวรับทั้ง 5 คนหากแย่งบอลได้ พวกเขาต้องกลับไปเริ่มใหม่ในแดนตัวเอง
การฝึกซ้อมแบบนี้ตอนเริ่มใหม่ ๆ นั้นก็ถูกตั้งข้อสงสัยมากมาย โดยเฉพาะเมื่อลงสนามไปแล้วแพ้ให้กับฟิออเรนติน่าของบาจโจ้ ทว่าทุก ๆ อย่างค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อนักเตะเริ่มซึมซับกับระบบที่ซ้าคคี่ใส่ไปให้ในเวลาต่อมา
มิลานใช้การเล่นแบบคุมโซน บอลจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทัสซ็อตติอยู่กราบขวา ในขณะที่มัลดินี่โลดแล่นทางฝั่งซ้าย ทั้งสองคนมีอิสระในการเติมเกมรุกเต็มที่
แดนกลางเป็นหน้าที่ของคาร์โล อันเชลอตติ โดยมีบาเรซี่อยู่ด้านหลังและคอยหาจังหวะเติมเมื่อมีช่อง ว่ากันว่าอันเชลอตติคือตัวแทนของซ้าคคี่ในสนาม และเป็นคนคุมเกมให้มิลานชุดนั้น คล้ายกับจอร์จินโญ่ที่เชลซีในเวลานี้
ตัวรุกมีโดนาโดนี่ ประสานงานกับกุลลิทและสุดท้ายก็มีเพชรฆาตพรายกระซิบอย่างแวน บาสเท่น คอยทำประตู ก็เป็นอันปิดจ๊อบ

...
"มิลานของซ้าคคี่ทำให้ทุกทีมในยุโรปหวาดหวั่น เสน่ห์ของพวกเขาอยู่ที่การเปลี่ยนมาเล่นเกมบุกสลับกับคาเตนัชโช่แบบเดิม ๆ"
"ผมรู้สึกว่าพวกเขาพร้อมจะยิงประตูเมื่อไหร่ก็ได้ ตามที่พวกเขาต้องการ" ลีโอ บีนฮัคเกอร์ โค้ชเรอัล มาดริดในเวลานั้นกล่าวชื่นชมมิลานของซ้าคคี่หลังโดนถล่มเละ 0-5
ช่วงต้นปี 1991 ซ้าคคี่เริ่มหมดความกระหายกับมิลาน พร้อมกับแวน บาสเท่นที่เริ่มพูดมากขึ้นหลังจากโดนดร็อปในหลาย ๆ นัด ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แบร์ลุสโคนี่เริ่มก้าวก่ายในการทำทีมมากขึ้น
เมื่อซ้าคคี่อำลาทีมไป "ฟาบิโอ คาเปลโล่" ถูกดันขึ้นมาทำหน้าที่แทน และว่ากันว่าคาเปลโล่นี่แหล่ะคือเป็นโค้ชคนเดียวที่ใช้แท็คติคของซ้าคคี่ได้ใกล้เคียงที่สุดหลังหมดยุคของเขาไป
"เขาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงฟุตบอลของอิตาลี เขาจำกัดการเล่นแบบคาเตนัชโช่และใช้การเพรสซิ่งสูง โดยปกติชาวอิตาเลียนจะเล่นรับลึก แต่ของซ้าคคี่แบ็คทั้ง 4 คนพร้อมจะโรเตชั่นเพื่อเติมเกมรุกทุกเมื่อ มันเป็นการกล้าเปลี่ยนที่สุดยอดมาก" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันกล่าวชื่นชม
ในขณะที่ราฟาเอล เบนิเตซก็ได้นำดีวีดีการเล่นของบาเรซี่ในยุคซ้าคคี่ให้คาราเกอร์ดูสมัยคุมลิเวอร์พูล โดยต้องการกระตุ้นให้คาราเกอร์เคลื่อนที่และออกคำสั่งคุมแนวรับให้ได้แบบบาเรซี่อีกด้วย
...
"ผมยินดีที่คนต่างบอกว่าผมเป็นแค่มิสเตอร์ โนบอดี้ และผมจะไม่เสียเวลาไปต่อล้อต่อเถียงอะไรกับคนพวกนั้นด้วย เพราะผมจะให้ผลงานที่ผมรังสรรค์มันออกมา เป็นตัวที่ทำให้พวกเขารู้จักผมเองว่าผมคือใคร"
1 เมษายน, สุขสันต์วันเกิด
"อาร์ริโก้ ซ้าคคี่" มิสเตอร์ โนบอดี้ที่กร้าวแกร่งที่สุดตลอดกาล
Cr. นาฑีสุดท้ายก่อนทดเวลาบาดเจ็บ >>>
https://www.facebook.com/iam.Last.Minute.Before.Injury.Time/photos/a.710255122703260/737865796608859/?type=3&theater
และวันนี้ยังเป็นตำนานมิลานซึ่งเป็นนักเตะ 1 คน และโค้ชอีก 1 คน
จะว่าไปก็เหมือนสืบทอดทางความคิดนะโค้ชมิลาน ซาคคี่ > คาเปลโล่(มือขวาซาคคี่) > อันเช่(ลูกทีมของทั้งคู่)
แต่มาถึงลูกทีมของอันเช่ผลงานกลับไม่เปรี้ยงสักคน ไม่รู้ว่าอนาคตของกัตจังต่อไปจะเป็นไงต่อไปเหมือนกัน
จะว่าไปก็เศร้าไม่ได้ไปชปล.มาตั้งหลายปี มาตอนนี้ก็ยังไม่แน่ไม่นอน อยากกลับไปสมัยดูบอลใหม่ๆ มันสนุกมากตอนนั้น
Edit ; อนึ่งซาคคี่ได้อันดับ 3 จาก 50 อันกับโค้ชยอดยี่ยมตลอดกาลจากนิตยาสาร "ฟรองซ์ ฟุตบอล"
และติด 1 ใน 10 โค้ชที่ดีที่สุดจาก "ยูฟ่า"(ไม่มีการจัดอันดับ) แกเลิกคุมทีมเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจนะ เผื่อยังไม่ทราบ