[RE: ทำไมรถยุโรปแพงๆระบบหัวฉีดเรื่องมากกว่ารถญี่ปุ่นครับ]
อย่าเพิ่งโยงสองเรื่องเข้าด้วยกัน เรื่องนี้ผมไม่ได้บ่นเฉพาะท่านนะ แต่คนอื่นๆหลายท็อปปิคก็ชอบเอาเรื่องสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาใส่ด้วยกันประจำเลย
แยกก่อนระหว่างเรื่องความจุกจิกระบบหัวฉีด กับเรื่องยุโรปราคาตก เอาเรื่องหลังก่อนอธิบายง่ายกว่า
เรื่องยุโรปราคาตกอันนี้มันปกติอยู่แล้ว แต่มันจะตกมากน้อยขึ้นกับหลายๆปัจจัยมากกว่าเช่น
1. ความจุกจิกมันมีไหม เพราะราคารถมือสองมันถูกกำหนดด้วย demand ของคนจะซื้อ ซึ่งส่วนมากก็เป็นเต้นท์รถกับช่างที่ซื้อไปปั้นต่อ
พวกที่ไม่ได้จุกจิกมากราคาแข็งเป็นไตเลยก็มี ดู BMW F10 ดิ ทุกวันนี้ตัวดีเซลราคาแข็งเป็นไต แล้วเก็บราคาดีกว่าเบนซินอีก เพราะมันทนทานกว่า ซ่อมจุกจิกน้อยกว่า และความต้องการมันเยอะ
กลับกัน W212 งี้ราคาร่วงเป็นแถวเพราะมันเป็นยุค MB ที่พยายามยัดเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์มากเท่าที่ควร อย่าง Bluetech hybrid งี้ราคาแม่งถูกกว่า Eco Car มือ 1 อีก เหตุผลคือมันซ่อมยากมาก อะไหล่จุกจิกสารพัด การออกแบบทางวิศวกรรมที่เขาอยากเห็นหน้าคนออกแบบจะได้หยุมหัวไล่กลับไปเรียนใหม่
2. ความนิยมในรุ่นนั้นมันสูงไหม ต่อให้เป็นรุ่นที่ไม่ได้จุกจิกอะไรมากแต่ถ้าไม่ได้มีความต้องการเยอะ ราคามันก็พร้อมโดนพอๆกับราคาหุ้นเมกาตอนนี้
ฉะนั้นแล้วมันก็จะเห็นชัดเรื่องราคารถมันขึ้นกับ Demand มากกว่าเรื่องอื่นๆ เทียบราคาวอลโวกับ 2 ค่ายหลักก็ได้ จะบอกว่า Volvo รถห่วยกว่าสองค่ายนั้นรึ?
กลับมาเรื่องหัวฉีด เรื่องนี้จริงๆมันมีประเด็นตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อนแล้ว ยุคที่รถยุโรปแม่งมีเกรย์มาร์เก็ตมาแข่งอะ
แล้วตอนนั้นรถพังกันเป็นแถบเพราะว่ารถเกรย์มันไม่ได้ออกแบบหัวฉีดมารองรับน้ำมันเกรดบ้านเรา ตอนนั้นน้ำมันบ้านเรายัง Euro 3-4 อยู่เลย แต่โซนยุโรปเขาไป 4-5 แล้ว ผลคือหัวฉีดมันก็ตันง่าย
ซึ่งถ้าเป็นรถของ Authorized Dealer ทางการเนี่ย ต่อให้เป็นตัวอิมพอร์ต CBU ทั้งคัน ทางบริษัทแม่เขาก็จะเปลี่ยนชิ้นส่วนให้มันเหมาะสมกับบ้านเรา
ถามว่าถ้าเทียบกับญปมันเปราะกว่าไหม ก็บอกตามตงมันเป็นที่การออกแบบของต่างประเทศเขานั่นแหละที่ Tolerance มันต่ำมากก็เลยทำให้พังไว แต่ก็แลกกับประสิทธิภาพการฉีดที่มันคุ้มค่าทุกหยดทุกบาททุกยูโร รวมถึงปล่อยมลพิษต่ำกว่าด้วย (ฝอยมันยิ่งละเอียดไง) ซึ่งไอเรื่องหลังๆเนี่ยพอฝั่งยุโรปมันเข้ม หัวฉีดมันก็เลยต้องละเอียดมากๆ ผลก็คือสะอาดจริง แต่ก็พังง่ายเป็นเงาตามตัวไป
ไอพวกที่ประหยัดน้ำมันจ๋าๆทั้งหลายผมว่าอาการก็ไม่ได้ต่างกันหรอก คือเรื่องพวกนี้มันได้อย่างก็เสียอย่าง
จะเอามลพิษน้อย คุ้มค่าคุ้มประสิทธิภาพมันก็ต้องงานละเอียด ซึ่งมันก็จะพังง่าย
ถ้า compromise หน่อยๆ มลพิษเพิ่มขึ้น คุ้มค่าน้อยลง มันก็มีค่า Tolerance แกว่งค่าความแม่นยำได้
ก็พังช้าลงหน่อย