[RE: ทำไมเอฟเวอร์ตันถึง ‘จัดเต็ม’ แค่กับลิเวอร์พูล?”]
ในฐานะคนที่ติดตามฟุตบอลอังกฤษมาตั้งแต่ยุค 80’s ผมขอประมวลผลและให้มุมมองแบบเจาะลึกที่ผสมทั้งบริบทประวัติศาสตร์และความรู้สึกจากยุคสมัยนั้นมาเล่าให้ฟังกัน (ยาวหน่อยนะครับ)
รากเหง้าของความเดือด: ประวัติศาสตร์ที่ฝังลึก
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ดาร์บี้แมตช์เมอร์ซีย์ไซด์ (Merseyside Derby) มันไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา แต่เป็นสงครามแห่งศักดิ์ศรีและอารมณ์ที่ฝังรากมาตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองทีมยังเป็น "พี่น้องร่วมเมือง" ในยุค 80’s เอฟเวอร์ตันเคยเป็นทีมระดับท็อปของอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของฮาวเวิร์ด เคนดัลล์ (Howard Kendall) คว้าแชมป์ลีกในปี 1984-85 และมีลุ้นยูโรเปี้ยนคัพ (European Cup) ซึ่งสมัยนั้นคือจุดสูงสุดของสโมสรฟุตบอลอังกฤษ แต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เฮย์เซล (Heysel Disaster) ในปี 1985 ที่แฟนลิเวอร์พูลก่อจลาจลจนนำไปสู่การเสียชีวิตของแฟนบอลยูเวนตุส 39 คน ทำให้ทีมจากอังกฤษทั้งหมด รวมถึง เอฟเวอร์ตัน ถูกแบนจากบอลยุโรป 5 ปี (ลิเวอร์พูลโดนเอง 6 ปี)
สำหรับแฟนเอฟเวอร์ตันยุคนั้น (รวมถึงผมที่ดูบอลสมัยนั้น) มันคือจุดเปลี่ยนที่เจ็บปวด ทีมอยู่ในยุคทอง มีขุมกำลังอย่างปีเตอร์ รีด (Peter Reid), เกรแฮม ชาร์ป (Graeme Sharp), และเนวิลล์ เซาธอลล์ (Neville Southall) ที่พร้อมจะท้าชิงความยิ่งใหญ่ในยุโรป แต่โอกาสนั้นถูกพรากไปโดยที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ตรงข้ามกับลิเวอร์พูลที่หลังพ้นแบนกลับมาคว้าแชมป์ยุโรปในยุค 2000’s และยิ่งใหญ่ต่อเนื่องในยุคคล็อปป์ (Klopp) ความรู้สึก "เราเคยมีโอกาสนั้น แต่ถูกคุณทำลาย" มันเลยกลายเป็นแผลในใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ใช่แค่เรื่องในสนาม แต่เป็นความแค้นที่ฝังลึกใน DNA ของทอฟฟี่เม็น
ดาร์บี้ที่ไม่เหมือนดาร์บี้ทั่วไป
ถ้าเทียบกับดาร์บี้แมตช์อื่นในอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ (United vs City) หรือลอนดอน (Arsenal vs Spurs) ที่ต้องบอกว่าเดือดเหมือนกัน ผมเห็นด้วยว่ามันมีแพสชั่นสูงทุกคู่ แต่เมอร์ซีย์ไซด์มันพิเศษกว่านั้น เพราะมันมีความไม่สมดุลทางอารมณ์และประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง สมัย 80’s เอฟเวอร์ตันกับลิเวอร์พูลผลัดกันยิ่งใหญ่—ลิเวอร์พูลครองลีกและยุโรปในช่วง 70’s-80’s ส่วนเอฟเวอร์ตันขึ้นมาแซงในช่วงกลาง 80’s แต่หลังโศกนาฏกรรมที่เฮย์เซล เอฟเวอร์ตันดิ่งลงเรื่อยๆ การบริหารที่ย่ำแย่ และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพรีเมียร์ลีกที่ตามหลังทีมอย่างแมนยูหรืออาร์เซนอล ทำให้เอฟเวอร์ตันกลายเป็น "ทีมเล็กข้างบ้าน" ในสายตาแฟนลิเวอร์พูล ซึ่งยิ่งเติมเชื้อไฟให้ความเกลียดชัง
ทุกครั้งที่เจอกัน เอฟเวอร์ตันจึงไม่ใช่แค่เล่นเพื่อชนะ แต่เล่นเพื่อ "ล้างแค้น" และพิสูจน์ตัวเองในฐานะทีมที่เคยยิ่งใหญ่ไม่แพ้ลิเวอร์พูล อย่างที่มีคำกล่าวว่า "เราไม่ลืม และเราจะเอาคืนในสนาม" มันคือแพสชั่นที่เกิน 100% ซึ่งสมัยก่อน ดาร์บี้แมตช์แบบนี้มันหนักหน่วงเป็นปกติ—ดูอย่างจังหวะที่วินนี่ โจนส์ (Vinnie Jones) เข้าบอลหนักๆ ในยุค 80’s-90’s ไม่มีใครบ่นว่า "ถ่อย" เพราะมันคือส่วนหนึ่งของเกม
ทำไมถึง "จัดเต็ม" เฉพาะลิเวอร์พูล?
คำตอบง่ายๆ คือ ลิเวอร์พูลคือ "ศัตรูที่สมบูรณ์แบบ" ในสายตาเอฟเวอร์ตัน ไม่ใช่แค่เรื่องคู่แข่งร่วมเมือง แต่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่เอฟเวอร์ตันสูญเสียไป—ความยิ่งใหญ่, โอกาสในยุโรป, และการถูกมองข้ามในยุคหลังๆ การที่แฟนลิเวอร์พูลตอกย้ำด้วยคำพูดอย่าง "ทอฟฟี่ไม่มีถ้วย" หรือ "ทีมสำรอง" มันยิ่งทำให้ทุกนัดเจอกันกลายเป็นสงครามส่วนตัว เอฟเวอร์ตันอาจจะไม่ได้ "จัดเต็ม" แบบนี้กับทีมอื่น เพราะไม่มีทีมไหนที่จุดไฟความแค้นได้เท่าลิเวอร์พูล
แต่ที่หลายคนตั้งคำถามว่า "มันเป็นข้ออ้างให้เล่นรุนแรงเกินเหตุหรือเปล่า?" ผมมองว่ามันมีเส้นบางๆ ระหว่างแพสชั่นกับความถ่อยจริงๆ สมัย 80’s การเข้าบอลหนักๆ เป็นเรื่องปกติ—จำได้ไหมที่รอย คีน (Roy Keane) หรือสจ๊วร์ต เพียร์ซ (Stuart Pearce) เล่นแบบถึงลูกถึงคน แต่ยุคนี้ฟุตบอลเปลี่ยนไปแล้ว การเข้าสกัดแบบจงใจทำร้าย (อย่างที่หลายคนบ่นเรื่องพิคฟอร์ดหรือทาร์คอฟสกี้) มันเกินขอบเขตของแพสชั่นไปแล้ว และนี่คือจุดที่เอฟเวอร์ตันถูกวิจารณ์หนัก โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่กรรมการปล่อยให้เกมไหล
มุมมองจากยุค 80’s: ความตกต่ำและกรรมการ
ถามว่าทำไมเอฟเวอร์ตันดิ่งลงหลังยุค 80’s ผมบอกได้เลยว่าไม่ใช่แค่เฮย์เซลอย่างเดียว การบริหารที่ล้มเหลวหลังยุคเคนดัลล์, การขาดเงินทุนในยุคพรีเมียร์ลีกเริ่มบูม (ต่างจากแมนยูหรือเชลซี), และการเสียผู้เล่นสำคัญไปเรื่อยๆ ทำให้ทีมไม่เคยกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก แม้ชื่อชั้นจะเคยเทียบเท่าทีมใหญ่อย่างอาร์เซนอลหรือสเปอร์ส แต่ภาพลักษณ์ "ทีมเล็ก" มันติดไปแล้ว และลิเวอร์พูลที่ยังคงยิ่งใหญ่ยิ่งตอกย้ำช่องว่างนั้น
ส่วนเรื่องกรรมการที่หลายคนโทษ ผมเห็นด้วยว่ามันมีส่วนสำคัญ สมัยก่อนกรรมการอย่างเดวิด เอลเลอเรย์ (David Elleray) จะเด็ดขาดกว่านี้—ใบแดงคือแดง ไม่มีอ่อนข้อ แต่ยุคนี้ VAR และการตัดสินที่ไม่สม่ำเสมอทำให้เกมดาร์บี้แบบนี้เละได้ง่ายๆ ถ้ากรรมการคุมไม่อยู่ เอฟเวอร์ตันก็ยิ่งได้ใจ "จัดเต็ม" เกินเหตุ
ความเห็นทิ้งท้าย
เอฟเวอร์ตัน "จัดเต็ม" กับลิเวอร์พูลเพราะมันคือการระบายความแค้นจากอดีตที่ฝังลึก—ตั้งแต่เฮย์เซล, ความยิ่งใหญ่ที่หายไป, และการถูกมองเป็นรองในเมืองเดียวกัน แพสชั่นแบบนี้มันสวยงามในแง่ของดาร์บี้แมตช์ แต่ถ้ามันเลยเถิดไปถึงขั้นเจตนาทำร้าย (แบบที่หลายคนด่า) มันก็เสียรสชาติไปหน่อย สมัย 80’s เราเห็นการปะทะที่ดุเดือดแต่ยังอยู่ในกรอบของฟุตบอล—ยุคนี้มันเริ่มกลายเป็น "สงคราม" เกินไปจริงๆ อย่างที่หลายท่านบอก
ถ้าเอฟเวอร์ตันอยากล้างแค้นจริง ผมว่าหลายท่านพูดถูก—พัฒนาทีมให้กลับมาคว้าแชมป์ แซงลิเวอร์พูลให้ได้ นั่นแหละคือการแก้แค้นที่เจ็บแสบกว่าเตะขาคู่ในสนามเยอะ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงต้องฝากความหวังไว้ที่กรรมการเข้มๆ และนักเตะที่รู้จักควบคุมตัวเองมากกว่านี้