ตึกถล่ม ทัวร์ลงสตง. และวัฒนธรรมอำนาจนิยมของ"คนดีย์"
ตึกถล่ม ทัวร์ลงสตง. และวัฒนธรรมอำนาจนิยมของ"คนดีย์"
ตึกสตง.ถล่ม แทนที่จะเรียกความเห็นใจกลับได้เสียงก่นด่าจากทุกสารทิศ เพราะคนทำงานภาครัฐรู้ซึ้งกันดีถึงวีรกรรมของสตง. ที่ลุแก่อำนาจ ไม่ใช้เหตุผล บ้าเอกสาร และขาดสามัญสำนึก เช่น จะเอาผิดกับใบเสร็จที่เขียนแค่หน่วยสตางค์ผิด ซื้อพัดลมให้โรงเรียนใช้แต่จะโดนฟ้องเรียกค่าไฟ เคสคลาสสิกที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชัดๆคือตอนที่เทศบาล-อบต.ต่างๆออกทำวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้หมาแมวจร แต่สตง.ไปบอกว่าห้ามทำ ผิดระเบียบ ต้องให้ปศุสัตว์ทำ จนทำให้พิษสุนัขบ้ากลับมาระบาดหนักหลังจากนั้น
ข้าราชการแทบจะทั่วประเทศเลยเก็บความหงุดหงิดเจ็บแค้นไว้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พอเกิดเหตุตึกถล่มนี้ทุกคนเลยได้โอกาสในการสหบาทาโดยไม่รอช้า เรียกได้ว่าจองกฐินมานานแล้ว
สาเหตุที่ทำให้องค์กรนี้ใหญ่คับประเทศจนข้าราชการกลัวหัวหดกับคำว่า "สตง.ลง" แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นผลพวงจากการเมือง"คนดีย์" ตั้งแต่รปห. 49 และหนักหนาสุดๆเอาหลังปี 57 ในยุคคสช.
อธิบายได้ว่าคณะรปห.มักใช้ข้ออ้างเรื่องการทุจริตของนักการเมืองมาสร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจของตัวเอง พวกนี้เลยต้องสถาปนาตัวเองเป็น"คนดีย์"ด้วยการสร้างภาพให้ทั้งนกม.และขรก.(โดยเฉพาะท้องถิ่น)เป็นพวกขี้โกง เพื่อที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นคนจับโกง เป็นผู้ทรงศีลธรรม "คนดีย์"พวกนี้เลยต้องโหมกระแสการตรวจสอบ-ป้องกันการทุจริต เกิดการออกกฏหมายการเงิน-จัดซื้อจัดจ้างที่สร้างระเบียบเอกสารยุบยิบในระดับ absurd จะใช้เงินอะไรต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างทำเอกสารกันเป็นปึกๆ ยุ่งยากจนคนทำงานทดท้อ และถ้าไปดูจะพบว่ากม.พวกนี้ออกในยุคคสช.ทั้งสิ้น เช่น พรบ.การงบประมาณ (ปี62) พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง (ปี60) พรบ.การตรวจเงินแผ่นดิน (ปี61)
The rise of สตง. มันเกิดขึ้นพร้อมปรากฏการณ์นี้ พร้อมกับการติดดาบองค์ตรวจสอบ องค์กรอิสระต่างๆ แบบสุดโต่ง พร้อมกับการตั้งใจเล่นงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดิสเครดิตการกระจายอำนาจ ทำให้สตง.รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจล้นฟ้า ทุกคนต้องเกรงกลัวฉัน จึงกร่างออกอาละวาดได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร
ทีนี้ถ้าไปฟังเคสที่ผู้คนเล่าถึงการลงตรวจของสตง.มันจะเห็นแพทเทินความทุเรศจนรู้สึกว่า ความบ้าอำนาจ-ไร้เหตุผลมันไม่ได้อยู่ในระดับหัวๆหรือนโยบายเท่านั้น แต่ซึมลึกลงไปถึงระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ลงตรวจด้วยความคิดว่าพวกเอ็งต้องโกงแน่ๆ ข้าลงตรวจแล้วพวกเอ็งต้องศิโรราบ จนนำไปสู่การจับผิดหยุมหยิมมากกว่าจะเป็นการตรวจอย่างโปร่งใสจริงๆ
ผมคิดว่าเรื่องนี้เราอธิบายได้ด้วยวัฒนธรรมอำนาจนิยมแบบ"คนดีย์" กล่าวคือสังคมไทยเป็นสังคมคลั่งศีลธรรม แต่เป็นศีลธรรมแบบที่ใช้เพื่อชี้นิ้วด่าคนอื่นเท่านั้น "คนดีย์"ก็เลยเป็นแค่คนที่ประกาศว่าตัวเองเป็นคนดี และด่าคนอื่นว่าโกง หาใช่คนดีจริงๆไม่ (ดูเคสนาฬิกายืมเพื่อนนั่นสิ) การเมือง"คนดีย์"หลังรปห.57 มันเลยสร้างสำนึกอำนาจนิยมแบบ"คนดีย์" คือสร้างคนที่รู้สึกว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าคนอื่น และคิดว่าคนอื่นเป็นพวกขี้โกงไปเสียหมด และผมเดาว่าสภาพการณ์แบบนี้น่าจะสร้าง"คนดีย์"แบบนี้ในสตง.เป็นจำนวนมาก มันเลยสะท้อนออกมาในเคสการลงตรวจที่วายป่วงอย่างที่มีคนออกมาแฉมากมายในช่วงนี้
วัฒนธรรมอำนาจนิยมแบบนี้มันไม่ได้เกิดกับแค่สตง.หรอก แต่แผ่รากลึกในสังคมไทยทุกระดับนะ อย่างในวงการอุดมศึกษาเรามีสิ่งที่เรียกว่าคณะกก.จริยธรรมการวิจัยฯ ซึ่งคอนเส็ปจริงๆคือมีเพื่อควบคุมการวิจัยในมนุษย์เพื่อปกป้องบุคคลที่สาม/เคสวิจัย แต่ในหลายๆที่กก.จริยธรรมกลับลุแก่อำนาจ เข้าไปสั่งแก้ไขอะไรที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของตัวเองและไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ (เช่นอาจารย์สายสาธารณสุขแต่อวดเก่งเข้าไปสั่งแก้ระเบียบวิธีวิจัยของสายประวัติศาสตร์)
พูดง่ายๆว่าในวัฒนธรรมอำนาจนิยมแบบนี้ พอคนส่วนนึงถูกแต่งตั้งให้มีหน้าที่ในเรื่องการตรวจสอบอะไรก็ตาม คนพวกนี้ก็จะเริ่มพองตัว-บ้าอำนาจ ถ้าได้เห็นคนที่ถูกตรวจเกิดความลำบาก ต้องแก้ไข ต้องทำเอกสารให้ยุ่งๆแล้วจะรู้สึกฟิน แม้ว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระและขัดกับหลักสามัญสำนึกก็ตาม เหมือนพอได้เป็นกรรมการ ได้ตรวจอะไรแบบนี้แล้วอยู่ๆก็รู้สึกว่าที่หลังมีปีกงอกออกมากลายเป็นเทวดากันไปหมด เสร็จแล้วก็มองฝ่ายตรงข้ามอย่างดูหมิ่น กดขี่ และเป็นปฏิปักษ์
อาจจะสรุปได้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม ทุกคนมีความไม่มั่นใจซ่อนอยู่ข้างในลึกๆ เพราะในสังคมนี้เราทุกคนอาจถูกอำนาจเล่นงานได้ทุกเมื่อ คนจำนวนหนึ่งก็เลยเลือกที่จะวิ่งแสวงหาอำนาจ วันดีคืนดีเมื่อได้อำนาจมาอยู่ในมือโดยเฉพาะอำนาจที่อ้างศีลธรรมและความดี ก็จะแปลงร่างกลายเป็น "คนดีย์" และคว้าดาบอำนาจอาญาสิทธิ์นั้นไปไล่ฟันคนอื่นเพื่อสนองปมของตัวเองทันที
ซึ่งถามว่า "คนดีย์" พวกนี้เป็น "คนดี" จริงๆมั้ย?
10 ปีของคสช.และรัฐบาลประยุทธ์ รวมถึงตึกสตง.ที่เพิ่งถล่มไปน่าจะตอบคำถามเราได้อย่างชัดเจนแล้ว
https://www.facebook.com/share/p/18aWXMGk4t/
ไม่น่าคนจองกฐินมันเยอะจริง สวะจริงๆ