นักบอลถ้วย ง.
Status: พิราบแดงแรงฤทธิ์

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Oct 2006
ตอบ: 4296
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Mar 19, 2025 18:23
นักเตะขาประจำ vs นักเตะทำผลงานดี
ธรรมชาตินักเตะส่วนใหญ่ เข้าใจว่าต้องการโมเมนตั้ม ช่วงไหนเริ่มทำผลงานดี ควรไหมที่จะผลักดันในเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ผลงานนั้นดีต่อยอด(หมายถึงได้ลงเล่นต่อเนื่องเพื่อรักษาโมเมนตั้ม)
นี่คือหน้าที่โค้ช หากต้องการให้นักเตะในทีมมีตัวเลือกมากขึ้นในอนาคต การผลักดันให้นักเตะคนใดคนหนึ่งได้พัฒนาขึ้นมาเป็นตัวเลือกได้มากขึ้นในระยะยาว
การตัดสินใจเลือกนักเตะลงถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของกุนซือ เพราะเวทีมันมีจำกัดได้แค่ 11 คน ดังนั้นเหตุผลจำเป็นต้องมีความเป็นธรรม + ผลงานต้องดีไปพร้อมกันด้วย
การที่นักเตะคนนึงทำผลงานดี อาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการที่จะถูกเลือกลงสนามก็จริง แต่อย่างน้อยนักเตะคนอื่นที่ได้ลงไปก่อนหน้าเขา ก็ต้องมีเหตุผลสนับสนุนที่ดีกว่า และผลงานก็ควรจะดีกว่าด้วย จริงอยู่ว่ามันก็มีโอกาสที่นักเตะที่เป็นตัวเลือกแรกอาจทำผลงานไม่ดีก็ได้ แต่กรณีที่ทำผลงานแย่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ยังรับโอกาสก่อนอยู่เสมอ นับๆ ตามสัดส่วนของเวลาที่ลงเล่น น่าจะต่างกัน 7-8 เท่าขึ้นไป
แบบนี้มันก็ไม่เป็นธรรมเท่าไหร่ สำหรับคนที่รอ
ยิ่งคนที่รอก็ไม่ได้เทพไปกว่านักเตะทั่วไปขนาดนั้น กว่าจะทำผลงานดีได้ ก็ต้องรอจังหวะและโอกาส แต่พอทำได้ แล้วนัดต่อๆ มาก็โดนดอง ไม่ต้องพูดถึงโมเมนตั้ม หายไปก่อนแน่นอน อันนี้ไม่ต้องสืบ ไม่ได้บอกว่าลงแล้วจะเล่นดีต่อเนื่องหรอกครับ อันนั้นคือโอกาสที่ไม่มีเหมือนนักเตะตัวเลือกแรก ที่พลาดแล้วพลาดอีกก็ยังได้ลง
แน่นอนว่าเอาตามเนื้อผ้า นักเตะสองคนนี้ควรโดนด่าทั้งคู่ แต่น้ำหนักเทไปนักเตะที่ถูกคาดหวังไว้สูง หวังว่าจะได้ผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าตัดเรื่องความคาดหวังต่างๆไว้ เอาแต่ผลงานล้วนๆ จำนวนเวลาที่ลงสนามต่อคะแนนผลงาน น่าจะเป็นตัวชี้วัดที่ยุติธรรมที่สุด ผลคือนักเตะที่ควรโดนด่ามากกว่า คือนักเตะที่ได้รับโอกาสมาก แต่ผลงานน้อย ไม่ใช่หรือ?
นักเตะสองคนนี้ควรโดนด่าทั้งคู่ แต่บางทีคนที่ควรโดนด่ามากกว่า คือโค้ช ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อผลงานเต็มๆ ให้โอกาสแต่นักเตะที่ผลงานแย่กว่า และไม่รักษาโมเมนตั้มของนักเตะที่เริ่มจะทำผลงานได้ดี แบบนี้ลูกน้องก็มีสิทธิ์รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน
เว้นแต่นักเตะแบบอีกคนนึง ที่ยอมโง่ ไม่พูดไม่จา ทำงานของตัวเองให้ดี และดันทำดีทุกครั้งซะด้วย แต่ก็เห็นๆกันว่า การทำงานตัวเองให้ดีอย่างเดียว มันไม่พอจะเปลี่ยนโค้ช (ในเวลานี้) ให้เห็นคุณค่าของเขาได้เลย ซ้ำร้ายยังกลายเป็นว่า ไม่ว่าเอ็งจะทำได้ดีแค่ไหน สุดท้ายเอ็งก็จะได้เป็นแค่ภารโรง ไม่มีวันที่เอ็งจะได้ย้ายตำแหน่งมานั่งในออฟฟิศหรอกเว้ย แล้วสุดท้ายโค้ชคนนี้ก็เลือกที่จะใช้นักเตะห่วยๆ ผลงานห่วยๆ ทุกครั้งที่ลง ในตำแหน่งเดียวกัน ซ้ำไปซ้ำมา โดยไม่คิดเปลี่ยนแปลง
****
วิจารณ์เพื่อก่อ นะครับ คิดว่าโค้ชเขาอาจจะคิดใหม่ก็เป็นได้ เพราะประสบการณ์ยังน้อย ที่ผ่านมาทำดีแล้ว เพียงแต่คิดจะสร้างตึกสูงด้วยเหล็กเส้นเบอร์เล็ก แรกๆ มันไม่สูง พออยู่ได้ แต่นานไป สูงขึ้น มันก็ก็ถล่มสิครับ นี่มันงานแรงงานแลกเงิน รักษาร่างกายดีแค่ไหนก็ยังเป็นร่างกายคน มีขีดจำกัดนะ
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ