12 ปีที่รอคอย!"ดาบคู่"งานละเอียดคืนพรีเมียร์ฯชนะพาเลซ 1-0
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้เปิดรังบรามอล เลน เล่นพรีเมียร์ลีกเป็นหนแรกนับตั้งแต่ตกชั้นไปเมื่อปี 2007 และไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง โชว์แกร่งทั่วแผ่นเอาชนะคริสตัล พาเลซ 1-0 จากจอห์น ลุนด์สตรัม ถือเป็น 12 ปีที่คุ้มค่าแห่งการรอคอยของทีมดาบคู่เลยทีเดียว
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
Starting Formation: 3-5-2
4.
จอห์น เฟล็ก

29'
6
17.
เดวิด แมคโกลดริค

89'
6.5
11.
คัลลัม โรบินสัน

56'
6
ตัวสำรอง
15.
ฟิล จาเกียลก้า

89'
6.5
8.
ลุค ฟรีแมน

29'
7
9.
โอลิเวอร์ แมคเบอร์นี่

56'
6
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
สนาม บรามอล เลน
วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562
กรรมการ เดิวด คูต
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
1
0
คริสตัล พาเลซ
เชฟฯยูไนเต็ด และพาเลซ โคจรกลับมาพบกันครั้งแรกบนลีกสูงสุดนับตั้งแต่ซีซั่น 1992-93
นัดนี้เจ้าถิ่นยังไม่ใส่ชื่อโอลิเวอร์ แมคเบอร์นี่ ดาวเตะค่าตัวสูงสุด 20 ล้านปอนด์ของสโมสรลงเล่นเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ฟิล จาเกียลก้า อดีตกองหลังตัวเก๋าของเอฟเวอร์ตันที่มีชื่อเป็นตัวสำรอง
ขณะที่พาเลซ ส่งวิลฟรีด ซาฮา ยืนเป็นกองหน้าคู่กับคริสเตียน เบนเทเก้ รายของ แกรี่ เคฮิลล์ ที่ย้ายเข้ามาฟรีๆ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับเจมส์ แมคคาร์ธี่ และเจฟฟรีย์ ชลูปป์ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บยังไม่ฟิตพอ
เบนเทเก้ได้ยิงมุมแคบติดเซฟเฮนเดอร์สัน
โอกาสลุ้นครั้งแรกของนัดนี้เป็นของฝ่ายพาเลซ ที่แพคโซนรับเหนียวแน่นในแดนตัวเอง และอาศัยเกมเพรสซิ่งกดดันแนวรับเจ้าถิ่นจนถึงหน้ากรอบเขตโทษ ซึ่งเบนเทเก้ ทำได้ดีบีบซะจนแย่งบอลมายิงมุมแคบที่เสาไกล แต่มุมมันเหลือน้อยจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเฮนเดอร์สัน
ดาบคู่ครองบอลเดินเกมรุกดีกว่า
เกมผ่าน 15 นาที เชฟฯยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลบุกอยู่ข้างเดียว แต่ยังทำอันตรายแนวรับพาเลซไม่ได้มากนัก
ดาบคู่เปลี่ยนตัวไว,เฟล็กเจ็บเล่นต่อไม่ไหว
29 เฟล็กเจ็บเล่นต่อไม่ไหว เชฟฯยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกส่งฟรีแมน แทนที่
เจ้าถิ่นยังดูดีกว่าแต่ประตูแรกยังไม่มา
เกมเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ยังเป็นเชฟฯยูไนเต็ด ที่ทำได้กว่า แต่ในพื้นที่สุดท้ายพวกเขายังขาดความแน่นอนทำให้โอกาสลุ้นออกนำมีให้เห็นไม่มากนัก
โอกาสทอง,แมคโกลดริคชาร์ตจ่อๆติดเซฟ
โอกาสทองของเชฟฯยูไนเต็ด เมื่อฟาน อานโฮลต์ พลาดถูกตัดบอลทางซ้าย เปิดทางให้เจ้าถิ่นได้ครอสเรียดตัดผ่านหน้าปากประตู เป็นเคลลี่ ที่สกัดพลาดอีก แมคโกลดริคเลยได้ชาร์ตจ่อๆโล่งๆที่เสาไกล แต่บอลดันไปโดนหน้าแข้งบังคับทิศทางไม่ได้ ลูกเลยพุ่งเข้าหากวยต้า พลาดขึ้นนำน่าเสียดาย
เริ่มครึ่งหลังดาบคู่ยิงนำ 1-0 ทันที
กลับมาลุยกันต่อในครึ่งหลัง เชฟฯยูไนเต็ด ใช้เวลาไม่นานก็ได้ประตูที่ต้องการออกนำ 1-0 จากการประสานงานอันยอดเยี่ยมทางซ้ายให้ฟรีแมน หลุดเข้าไปล่อเป้เาในกรอบเขตโทษ กวยต้าพยายามเซฟ แต่โชคไม่เข้าข้างบอลปัดไปเข้าทางปืน ลุนด์สตรัม ซัดโล่งๆไม่เหลือซาก
ทาวน์เซนด์ลักไก่ยิงเกือบได้ผล
พาเลซตอบโต้คืนบ้างจากลูกพลิกตัวลักไก่ยิงนอกกรอบของทาวน์เซนด์ เดือดร้อนเฮนเดอร์สัน ต้องออกแรงช่วยทีมได้อีกครั้ง
แมคเบอร์นี่ได้เวลาลงสนาม
โรบินสัน มีอาการบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก ถึงคราวจะได้เห็นแมคเบอร์นี่ หอกค่าตัวแพงโชว์ฟอร์มซะที
กวยต้าซูเปอร์เซฟลูกโหม่งจ่อๆ
ยังเป็นพาเลซที่โดนเชฟฯยูไนเต็ด กดดันได้ดีกว่า จังหวะนี้เจ้าถิ่นก็เกือบได้ประตูเพิ่มจากลูกโหม่งมุมแคบของโอคอนเนลล์ แต่เป็นกวยต้าที่โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมเอาไว้ได้
แมคคาร์ธี่เดือดถูกเปิดปุ่มใส่
เกือบมีมวยหลังแมคคาร์ธี่ ไม่พอใจที่ไปโดนบัลด็อกเปิดปุ่มใส่ ชุลมุนต้องหยุดเกมแจกใบเหลืองสงบสติอารมณ์กันไปคนละใบ
พาเลซยังกดดันดาบคู่ได้ไม่มากพอ
เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย สถานการณ์ของพาเลซยังไม่ดีขึ้น เมื่อพวกเขาไม่สามารถกดดันเพื่อตีเสมอได้มากพอ
เกมนี้ทดเวลาบาดเจ็บนานถึง 7 นาที แต่กระนั้นพาเลซก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์แก้ประตูคืนได้ จบเกมเชฟฯยูไนเต็ด ชนะไป 1-0 คว้าชัยชนะในบ้านฉลองการคืนสู่พรีเมียร์ลีกในรอบ 12 ปีได้สำเร็จ
คริสตัล พาเลซ
Starting Formation: 4-4-2
18.
เจมส์ แมคอาร์เธอร์

82'
6.5
10.
แอนดรอส ทาวน์เซนด์

70'
7
7.
มักซ์ เมเยอร์

65'
6.5
ตัวสำรอง
22.
เจมส์ แมคคาร์ธี่

70'
6.5
21.
คอนเนอร์ วิคแฮม

82'
6
15.
เจฟฟรีย์ ชลูปป์

65'
6
แก้ไขล่าสุดโดย iPanic เมื่อ Sun Aug 18, 2019 22:27, ทั้งหมด 13 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ